Thailand Excellence Community
ทดสอบ Toyota Fortuner ประกอบด้วยรถรุ่นเก่าและรุ่นใหม่
Grade (slope) คือมุมเอียงอาจเรียกเป็น Grade ได้ครับ หรือค่า Tan ของมุมเอียง tan (Grade) = Delta H / Distnace D
TILT TESTING การทดสอบการผลิกคว่ำ โดยปกติมาตรฐานการเอียงของยานยนต์อยู่ที่ประมาณ 35 องศา รถบัสได้ทดสอบแล้วเกิดการพลิกคว่ำที่ 41 องศา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะยานยนต์น้ำหนักบรรทุกต่างๆ รวมทั้งยาง สามารถทดสอบได้จากโปรแกรม Tilt Table Test in TruckSim
เราได้ทดสอบ Toyota Fortuner เขาไผ่ ตโป่ง อบางละมุง จชลบุรี

เพื่อทดสอบระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันหรือ HAC ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-Start Assist Control) A-TRC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ Active Traction Control
https://www.facebook.com/groups/NewFortunerClubThailand/permalink/2752212401722008/
HAC ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-Start Assist Control)
ระบบที่ช่วยให้รถสามารถออกตัวขณะที่อยู่บนทางลาดชัน ซึ่งจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อหน่วงเบรกเวลาที่จะเปลี่ยนคันเร่งในระหว่างค้างอยู่บนทางลาดชัน สร้างความปลอดภัยและยังมีความนุ่มนวลระหว่างออกตัวโดยไม่มีอาการสะดุด
หากเราต้องเผชิญกับปัญหารถติดบนเนินสูงต่าง ๆ เมื่อเราเหยียบเบรกจนรถจอดสนิทหยุดนิ่งอยู่บนเนินหรือทางลาดชัน ระบบนี้ก็จะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ เมื่อเราปล่อยเบรกเพื่อที่จะกดคันเร่งเพื่อออกตัว รถจะไม่ไหลถอยหลัง เนื่องจากระบบจะยังคงช่วยหน่วงเบรกให้ประมาณ 3 วินาที เพื่อให้เหยียบคันเร่ง ระบบจึงจะทำการปลดล็อกเบรก
ระบบนี้ จึงมีประโยชน์มากหากต้องจอดรถอยู่บนทางลาดชันอย่างบนทางขึ้นเขาสูง คอสะพาน หรืออาคารจอดรถต่าง ๆ ซึ่งต่างกับรถทั่วไปที่หากเราปล่อยเบรกบนเนินรถก็จะไหล ถ้าหากมีรถคันหลังจอดกระชั้นชิดมากไปหรือขาดความชำนาญรถก็อาจไหลไปชนคันหลังได้
A-TRC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ Active Traction Control
Toyota อีกคันเป็น Limited Slip Differential
ส่วนใหญ่เป็นแบบ Clutch Pack Brake มีหลายแบบ ได้แก่ Clutch, Cone Differential, Hydraulic Locking, TORSEN
ส่วน Diff Lock ใช้ระบบมาล็อคต่างๆให้หมุนไปพร้อมกัน
ทั้งแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (All-Wheels Drive) ที่มีทั้งแบบ Full-Time และ Part-Time หรือบางค่ายอาจมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถถ่ายเทกำลังไปยังล้อต่างๆ
ระบบขับเคลื่อน Σ4 หรือซิกม่าโฟร์ สามารถเลือกโหมดการขับได้ทั้ง H2, H4 และ L4

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น ส่วนใหญ่จะมีให้ใช้งานเพียง 3 ระบบ ก็คือ 2H, 4H และ 4L นั่นเอง
4H นั้น จะเหมาะแก่การใช้งานในทางลูกรัง, บนถนนที่เปียกลื่น หรือเส้นทางทุรกันดานที่สามารถใช้ความเร็วได้ ซึ่งระบบจะสั่งให้กระจายแรงบิดจากเครื่องยนต์ลงสู่ล้อทั้ง 4 ล้อที่เท่ากัน ในอัตราส่วนหน้า-หลัง 50:50 หรือบางค่ายอาจมีการแบ่งกำลังที่ 40:60 ตามแต่สถานการณ์ และการออกแบบระบบก็ว่ากันไป
4L นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถเลือกใช้งานได้โดยจำเป็นต้องจอดรถให้นิ่งสนิท พร้อมกับเข้าเกียร์ว่าง N ก่อน จึงจะสามารถบิดหรือกดปุ่มควบคุมไปยังตำแหน่ง 4L ได้
ระบบ 4L นี้ เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ต้องใช้ความเร็วต่ำ (ความเร็วไม่ควรเกิน 30 กม./ชม.) ระบบจะไปปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ และเฟืองท้าย ทำให้มีแรงบิดที่สูงขึ้น เหมาะแก่การขับขี่ในเส้นทางออฟโรดขนานแท้ ไม่ว่าจะเป็นการปีนป่าย, การลุยโคลน, การไต่ทางชัน (ขึ้นเขา-ลงเขา), การลุยน้ำ หรือง่ายๆ คือ เส้นทางที่จำเป็นจะต้องใช้แรงบิดในการขับผ่านไปให้ได้นั่นเอง
วิธีการใช้งาน 4L ที่ถูกต้อง คือการปล่อยให้แรงบิดของเครื่องยนต์ทำงาน (Walking Speed) โดยไม่จำเป็นต้องใช้คันเร่ง เพียงแต่ต้องบังคับควบคุมทิศทางให้ดี และไปยังไลน์ที่ถูกต้อง แรงบิดจะพาตัวรถเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ปีนป่าย และฝ่าอุปสรรค์ไปได้เอง อาจจะมีบางจังหวะที่ต้องเติมคันเร่งช่วย (ควรค่อยๆ เติมคันเร่ง) ซึ่งห้าม Kickdown หรือกดคันเร่งอย่างรวดเร็ว
บางค่ายก็อาจจะมีให้เลือกแบบ 4 ล้อธรรมดา (4H) กับ 4 ล้อใช้ความเร็ว (4HLc) แยกออกมา
ระบบ DAC ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน มีเซ็นเซอร์ตรวจสอบมุมของรถ แรงเบรกขึ้นอยู่กับความชัน ทางลงชันสุดๆ โดยไม่ต้องเหยียบเบรก ระบบจะควบคุมการเบรกให้อย่างนุ่มนวลและสัมพันธ์กับความชัน
SPECIFICATION: TOYOTA FORTUNER 2.4V 4WD
– แบบตัวถัง อเนกประสงค์ 5 ประตู
– ยาว x กว้าง x สูง 4,795 x 1,855 x 1,835 มิลลิเมตร
– ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,545/1,550 มิลลิเมตร
– ระยะต่ำสุด 193 มิลลิเมตร
– ฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
– แบบเครื่องยนต์ ดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์
– ความจุ 2,393 ซีซี
– กระบอกสูบ ช่วงชัก 92.0 x 90.0 มิลลิเมตร
– อัตราส่วนการอัด 15.6:1
– กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที
– แรงบิดสูงสุด 40.76 กก.-ม. ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที
– ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 6 จังหวะ
– ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
– ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
– ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง
– ระบบกันสะเทือนหลัง โฟร์ลิงก์ คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง พร้อม VSC และ TRC
– ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ พร้อม ABS, EBD และ BA

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตติพงษ์ เยาวาจา หัวหน้ากลุ่มวิจัยวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติขั้นสูง และผู้รับผิดชอบหลักสูตรหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (นานาชาติ) ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา คณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชา