2025/2 Mechatronics (Bangkok) (Grad)

Pneumatic Nail Gun System

ฝึกกระบวนการออกแบบระบบเมคคาทรอนิกส์แบบองค์รวม โดยใช้การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของระบบ
เช่น MATLAB Simulink หรือ Simscape

รูปแบบงาน
เลือกหนึ่งระบบเมคคาทรอนิกส์ที่สนใจ และนำเสนอเนื้อหาดังนี้

แนวคิดในการเลือกหัวข้อและปัญหาที่ต้องการแก้ไข
องค์ประกอบของระบบ
เซนเซอร์ แอคชูเอเตอร์ ระบบกล ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม
เป้าหมายในการออกแบบ
การจำลองด้วย MATLAB
ผลการจำลองและสรุปผล
สำหรับผลการจำลอง นักศึกษาสามารถเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่ง เช่น

ป้อนสัญญาณเข้าและดูผลลัพธ์ของระบบ
จำลองพฤติกรรมเชิงกลหรือการตอบสนอง
ใส่วงจรควบคุมแบบป้อนกลับแล้วดูผลการปรับปรุงการตอบสนองของระบบ
ไม่บังคับว่าต้องมี feedback control ทุกคน แต่สามารถทำได้หากต้องการ

สิ่งที่ต้องส่ง
A. วิดีโอนำเสนอหนึ่งไฟล์ ความยาวประมาณสิบ นาที
B. เอกสารประกอบหนึ่งไฟล์ เป็นสไลด์หรือ PDF
C. ไฟล์งาน MATLAB/Simulink

1. Pneumatic Nail Gun System

6714552378 ธีรเมธ สหัสธาราชัย
https://youtu.be/ws6SPmqd-7o https://drive.google.com/open?id=1_H_LsgFCH_oYeWPRQ4-kw_YoM2hZjDrJ

วิดีโออ้างอิง: Pneumatic Nail Gun System (ความยาว 9:44 นาที)

ลำดับการนำเสนอ (Structure): เริ่มต้นด้วยการอธิบายกลไกของปืนลมยิงตะปูและคอมเพรสเซอร์อย่างเห็นภาพ จากนั้นกำหนดตัวแปรตั้งต้น (Initial States) อย่างชัดเจน นำเข้าสู่การคำนวณมือ (Hand Calculation) เพื่อหาพลังงานจลน์และการลดลงของความดัน ก่อนจะเทียบกับการจำลองใน Simscape

การสื่อสาร (Clarity & Delivery): น้ำเสียงชัดเจนและเป็นธรรมชาติ มีความซื่อสัตย์ในการนำเสนอสูง เช่น การยอมรับว่าสไลด์บางจุดพิมพ์ตัวเลขผิด หรืออธิบายว่าค่าบางอย่างได้มาจากการลองผิดลองถูก (Trial and Error) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจหน้างานจริง

การใช้สื่อและแบบจำลอง (Visuals & Demo): มีการเปิดโปรแกรม MATLAB/Simscape รันให้ดูสดๆ พร้อมอธิบายกราฟที่เกิดขึ้นแบบ Real-time

จุดเด่นที่สุด: ทักษะการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ (Critical Thinking) ที่สามารถสรุปได้ว่าทำไมการคำนวณมือกับคอมพิวเตอร์ถึงไม่ตรงกันเป๊ะ (เรื่อง Fixed variable vs. Dependent variable)

2. การออกแบบและจำลองระบบควบคุมความดันห้องแยกโรคความดันลบ

6814550971 นายวิชยุตม์ อินแก้ว
https://youtu.be/zt4mus33-JU https://drive.google.com/open?id=1JW2chpVpzAtNZnj2sMXJNC_J2ZJxcSCl https://drive.google.com/drive/folders/1s49Ewa_Qt16_SwqfOK7YyAuMY-9a9lSu?usp=sharing

วิดีโออ้างอิง: การออกแบบและจำลองระบบควบคุมความดันห้องแยกโรคความดันลบ

ลำดับการนำเสนอ (Structure): วางโครงสร้างสไลด์เทียบเท่าการพรีเซนต์งานวิศวกรรมระดับมืออาชีพ เริ่มจากภาพรวมปัญหา (Context), ความท้าทาย (Disturbance/Lag), องค์ประกอบระบบ, การออกแบบ PID + Anti-windup, และสรุปผลด้วย Scenario ต่างๆ

การสื่อสาร (Clarity & Delivery): แม้จะเป็นเรื่องซับซ้อน แต่การจัดเรียงเนื้อหาเป็น Step-by-step ทำให้ผู้ฟังตามได้ง่าย มีการระบุเป้าหมายชัดเจนคือ -12.5 Pa

การใช้สื่อและแบบจำลอง (Visuals & Demo): สไลด์ทำมาได้ยอดเยี่ยมมาก มีการใช้ภาพ Graphic, Icon และ Block Diagram ที่มีการทำไฮไลท์แบ่งสี (Controller, Plant, Actuator) ให้ดูง่าย กราฟผลลัพธ์มีการชี้จุดที่เป็น Overshoot และ Settling time อย่างชัดเจน

จุดเด่นที่สุด: ความเป็นมืออาชีพในการจัดทำสไลด์นำเสนอ และการสรุปข้อจำกัดทางกายภาพ (Physical Limits / Sizing Constraint) ของพัดลมได้อย่างเฉียบคม

3. Inverted Pendulum on Cart

6714552386 จิตติพันธ์ ลาวัณย์วรวงศ์

6714552394 ธรรมภณ นุ่มสารพัดนึก

https://youtu.be/Mrq22dunTZc https://drive.google.com/drive/folders/1hZBU2zsIgoW2FCEQhHWEMITl5voG6Sic?usp=sharing

วิดีโออ้างอิง: Inverted Pendulum on Cart (ความยาว 15:18 นาที)

ลำดับการนำเสนอ (Structure): แบ่งพาร์ทการพูดได้ดี เริ่มจากการยกตัวอย่างการใช้งานจริง (จรวด, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, Segway) จากนั้นเจาะลึกสมการคณิตศาสตร์ (Free body diagram, Lagrange, LQR) และจบด้วยการเปรียบเทียบผลจำลอง 5 รูปแบบ

การสื่อสาร (Clarity & Delivery): การอธิบายคณิตศาสตร์ทำได้รวดเร็วและกระชับ การรับส่งบทสนทนาระหว่างผู้บรรยาย 2 คนทำได้ลื่นไหล มีการสรุปข้อดี-ข้อเสียของแต่ละ Case ได้เห็นภาพชัดเจน

การใช้สื่อและแบบจำลอง (Visuals & Demo): มีการใช้ 3D Animation ใน MATLAB มาช่วยแสดงผลให้เห็นพฤติกรรมของลูกตุ้มและรถเข็นจริงๆ (Visualizer) ทำให้กราฟตัวเลขกลายเป็นภาพที่เข้าใจง่าย

จุดเด่นที่สุด: การทำ Trade-off Analysis เปรียบเทียบ 5 เคส (การปรับค่า Q และ R) และโยงผลลัพธ์ไปสู่การเลือกใช้อุปกรณ์จริง เช่น ระยะรางที่ต้องเผื่อ (Safety factor) และแรงบิดมอเตอร์ที่ต้องใช้

4. ระบบควบคุมความเร็วรถยนต์อัตโนมัติ CRUISE CONTROL

6814550857 ฉิน สุริยะสงคราม
https://youtu.be/SyQ50uz-QcI?si=uMIyLvO4usu1aTZa
https://drive.google.com/open?id=1MGn99bCyo-N-rfC0lVEe1ZzT2byMIQfA

ลำดับการนำเสนอ (Structure): เริ่มจาก Pain point (ความเมื่อยล้าเวลาขับรถ) ตามด้วยสเปคของรถ (น้ำหนัก 1,000 กก. แรงเสียดทาน 50 Ns/m) อธิบาย Flowchart การทำงาน, สมการ PID, และนำเข้าสู่ผลการจำลอง

การสื่อสาร (Clarity & Delivery): พูดกระชับ เข้าประเด็นตรงไปตรงมา อธิบายขั้นตอนตาม Flowchart ได้ชัดเจน แต่เวลาที่ใช้ค่อนข้างสั้นไปนิดเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ทำให้ขาดการวิเคราะห์ในเชิงลึก

การใช้สื่อและแบบจำลอง (Visuals & Demo): สไลด์เรียบง่าย นำเสนอกราฟผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นการลู่เข้าสู่ค่าความเร็วเป้าหมาย (ใช้เวลาประมาณ 80 วินาที)

จุดเด่นที่สุด: การสรุประบบการทำงานที่ซับซ้อนให้ออกมาเป็น Flowchart 6 ขั้นตอนที่คนทั่วไปฟังแล้วเข้าใจได้ทันที (ข้อเสนอแนะ: หากมีการจำลองจังหวะที่รถขับขึ้นเนินหรือลงเนินเป็น Disturbance เพิ่มเติม วิดีโอจะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น)

5. หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบล้อ (AGV)

6814550865 ชนากานต์ ฉิมพลี

6814550881 ธนวัฒน์ วัฒนจัง

https://drive.google.com/file/d/1MGQ5CiuvmFIxHLO83OirJh72wbPq2uin/view?usp=sharing https://drive.google.com/open?id=1quVBrncM7McOf_io-eEObuG_zYHBUznu

วิเคราะห์โครงงานเชิงลึก: Single-Axis Robot Position Control

1. แนวคิดทางวิศวกรรมและโจทย์ปัญหา (Engineering Concept & Problem Statement)

หุ่นยนต์แกนเดี่ยว (Single-Axis Robot) คือหน่วยย่อยที่สำคัญที่สุดของหุ่นยนต์พิกัดฉาก (Cartesian Robot) หรือเครื่องจักร CNC ปัญหาหลักที่โครงงานนี้พยายามแก้ไขคือ “ความแม่นยำในการเข้าสู่ตำแหน่ง (Positioning Accuracy)” ภายใต้เงื่อนไขที่มีแรงเฉื่อย (Inertia) และแรงเสียดทาน (Friction) ของระบบกลไก การควบคุมเพียงแค่แรงดันไฟฟ้า (Open-loop) ไม่สามารถทำให้หุ่นยนต์หยุดในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ จึงจำเป็นต้องมีระบบป้อนกลับ (Feedback Control)

2. องค์ประกอบของระบบ (System Components Analysis)

  • Mechanical System: ระบบส่งกำลังมักจะเป็นแบบชุดสกรูส่งกำลัง (Lead Screw) หรือสายพาน (Belt Drive) เพื่อแปลงการหมุนของมอเตอร์เป็นการเคลื่อนที่เชิงเส้น
  • Actuator: การเลือกใช้ DC Servo Motor ซึ่งมีลักษณะสมบัติ (Characteristics) ที่ตอบสนองต่อคำสั่งได้รวดเร็ว
  • Sensor: การใช้ Rotary Encoder เพื่อวัดจำนวนพัลส์แล้วแปลงเป็นค่าตำแหน่ง (Position Feedback) ซึ่งเป็นหัวใจของการทำระบบปิด
  • Controller: การออกแบบ PID Controller เพื่อคำนวณค่าความผิดพลาด (Error) ระหว่างตำแหน่งเป้าหมาย (Set point) และตำแหน่งจริง

3. การสร้างแบบจำลองและการจำลองสถานการณ์ (Modeling & Simulation)

  • Plant Modeling: การจำลองนี้ต้องอาศัยการรวมแบบจำลองทางไฟฟ้าของมอเตอร์ และแบบจำลองทางกล เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ Transfer Function ของตำแหน่งเทียบกับแรงดันไฟฟ้า
  • Simulink Implementation: ในแบบจำลองควรประกอบด้วยบล็อก PID Controller, บล็อก Saturation (เพื่อจำกัดแรงดันไฟฟ้าไม่ให้เกินขีดจำกัดจริงของมอเตอร์), และบล็อก Integrator สองตัวเพื่อแปลงความเร่งเป็นความเร็ว และความเร็วเป็นตำแหน่ง
  • Feedback Loop: การป้อนกลับค่าตำแหน่งกลับมาลบกับค่า Set point เพื่อหา Error

4. วิเคราะห์ผลการจำลอง (Simulation Results Analysis)

  • Step Response: เมื่อให้สัญญาณ Input เป็นตำแหน่งที่ต้องการ (เช่น 100 mm) ระบบป้อนกลับจะช่วยให้หุ่นยนต์วิ่งเข้าหาเป้าหมาย
  • Transient Behavior: * Rise Time: บ่งบอกถึงความเร็วในการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์
    • Overshoot: หากจูนค่า P หรือ D ไม่เหมาะสม หุ่นยนต์อาจพุ่งเลยตำแหน่งเป้าหมาย ซึ่งในงานทางกลอาจทำให้เกิดการกระแทก (Mechanical Impact) ได้
    • Settling Time: เวลาที่หุ่นยนต์ใช้ในการหยุดนิ่งที่ตำแหน่งเป้าหมายอย่างเสถียร
  • Steady-State Error: ในการควบคุมตำแหน่ง ค่าความผิดพลาดที่สภาวะสมดุลต้องเป็น 0 ซึ่งบทบาทของตัว Integral (I) ใน PID จะเข้ามาช่วยกำจัดความคลาดเคลื่อนนี้

มุมมองเพิ่มเติมและข้อสังเกตเชิงประเมิน

  • ความเป็นมืออาชีพ: เนื่องจากนิสิตมีภูมิหลังการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติ (Sony Technology) การออกแบบระบบจึงมีความสมจริงสูง เช่น การคำนึงถึงขีดจำกัดของอุปกรณ์ (Actuator Constraints)
  • จุดที่สามารถต่อยอดได้: หากมีการเพิ่มแบบจำลองของ “แรงเสียดทานสถิต (Static Friction/Coulomb Friction)” เข้าไปใน Simulink จะทำให้ผลการจำลองมีความใกล้เคียงกับหุ่นยนต์จริงในโรงงานมากขึ้น เนื่องจากในโลกจริงหุ่นยนต์มักจะมีอาการ “ติดขัด” เล็กน้อยก่อนเริ่มเคลื่อนที่
  • รูปแบบการนำเสนอ: การส่งงานผ่าน Google Drive แม้จะครบถ้วนในแง่ข้อมูล แต่การขาดวิดีโอสาธิตบนแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายอย่าง YouTube อาจทำให้การสื่อสารพฤติกรรมของหุ่นยนต์ในขณะรัน Simulation ทำได้ยากกว่ากลุ่มอื่นเล็กน้อย

6 Single-Axis Robot Position Control

6814550938 ภัทยา โค้วถาวร

6814550962 วัชรพล สมศิริกุล

https://drive.google.com/drive/folders/1lxnWN6ngS1dYOO2dPX5CmO7-rez6iSlo?usp=sharing https://drive.google.com/open?id=1nLOF19Up5Yeu3qZYCV19AisN041Pi6NV
https://drive.google.com/drive/folders/1lxnWN6ngS1dYOO2dPX5CmO7-rez6iSlo https://drive.google.com/open?id=1zbmO0TCuPmzLLQM7_fGUKDEatvKxj9mA

หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบล้อ (AGV)

หัวข้อ: หุ่นยนต์เคลื่อนที่แบบล้อ (AGV)

การประเมินและวิเคราะห์เชิงลึก:

  • แนวคิดทางวิศวกรรม (Engineering Concept): หุ่นยนต์ AGV (Automated Guided Vehicle) เป็นหัวใจของระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ โครงงานนี้โฟกัสไปที่การควบคุมการเคลื่อนที่ขั้นพื้นฐาน โดยใช้หลักการขับเคลื่อนแบบล้ออิสระซ้าย-ขวา (Differential Drive)
  • การสร้างแบบจำลอง (System Modeling): * Kinematics Model: ความท้าทายคือการแปลงคำสั่ง “ความเร็วเชิงเส้น (Velocity)” และ “ความเร็วเชิงมุม (Angular Velocity)” ให้กลายเป็นคำสั่งจ่ายกระแสไฟฟ้า/PWM ไปยังมอเตอร์ล้อซ้ายและขวา
    • หากหุ่นยนต์ต้องการเลี้ยวขวา มอเตอร์ล้อซ้ายต้องหมุนเร็วกว่าล้อขวา การผูกสมการใน Simulink บล็อกนี้คือหัวใจสำคัญ
  • การทดสอบและการวิเคราะห์ผล (Simulation & Analysis):
    • การประเมินที่ดีสำหรับ AGV คือการพลอตกราฟแกน X-Y (Trajectory Plot) เพื่อดูว่าหุ่นยนต์สามารถวิ่งตามเส้นทางที่กำหนด (Path Following) หรือวิ่งเข้าหาจุดหมาย (Waypoint) ได้แม่นยำแค่ไหน
    • ต้องมีการใช้งาน Feedback Control (อาจเป็น PID) เพื่อชดเชยค่าความคลาดเคลื่อนเชิงมุม (Heading Error) ไม่ให้หุ่นยนต์วิ่งเป๋ออกจากเส้นทาง
  • ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม (Critique): โลกความเป็นจริงมักมีสิ่งที่เรียกว่า “ล้อฟรี (Wheel Slip)” โครงงานนี้เป็นการจำลองแบบอุดมคติ (Ideal conditions) การพัฒนาในก้าวต่อไปคือการเพิ่มตัวแปรแรงเสียดทาน (Friction) หรือ Noise ลงไปในเซนเซอร์จำลอง แล้วดูว่าหุ่นยนต์ยังสามารถรักษาเส้นทาง (Tracking) ได้ดีหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของการออกแบบ

1. วิเคราะห์แนวคิดทางวิศวกรรม (Engineering Concept & Design Goal)

  • โจทย์ปัญหา: การออกแบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AGV) สำหรับใช้ในงานขนถ่ายวัสดุ ซึ่งต้องแก้ปัญหาเรื่องความแม่นยำในการเคลื่อนที่ตามเส้นทาง (Path Tracking) และการจัดการกับข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น รัศมีการเลี้ยว
  • เป้าหมาย: มุ่งเน้นการสร้างแบบจำลองการขับเคลื่อนแบบสองล้ออิสระ (Differential Drive) เพื่อทดสอบอัลกอริทึมการควบคุมก่อนนำไปสร้าง Prototype จริง

2. วิเคราะห์องค์ประกอบระบบเมคคาทรอนิกส์ (System Components)

  • Mechanical System: แบบจำลองโครงสร้างหุ่นยนต์ที่มีล้อขับเคลื่อน 2 ล้อ และล้อประคอง (Caster Wheel) โดยเน้นไปที่การคำนวณ Kinematics เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วล้อและความเร็วตัวหุ่นยนต์
  • Sensors & Actuators: มีการระบุการใช้ DC Motor ร่วมกับ Encoder สำหรับการทำ Feedback Control ของความเร็วล้อแต่ละข้าง
  • Control System: ใช้หลักการควบคุมความเร็ว (Velocity Control) และอาจมีการประยุกต์ใช้ PID เพื่อรักษาสมดุลความเร็วล้อซ้าย-ขวาให้คงที่ตามรัศมีการเลี้ยวที่กำหนด

3. วิเคราะห์กระบวนการจำลอง (Simulation & Model-Based Design)

  • Kinematics Modeling: จุดเด่นของโครงงานนี้คือการแปลงความเร็วเชิงเส้น และความเร็วเชิงมุม ($\omega$) ของหุ่นยนต์ ให้กลายเป็นความเร็วล้อซ้าย และล้อขวา ผ่านบล็อก Differential Drive ใน Simulink
  • Trajectory Analysis: การนำเสนอแสดงให้เห็นพฤติกรรมการเลี้ยวของหุ่นยนต์ โดยมีการพลอตกราฟเปรียบเทียบระหว่างค่าคำสั่ง (Command) และค่าที่หุ่นยนต์เคลื่อนที่จริงในระนาบ XY
  • Loop Feedback: มีการนำค่าตำแหน่งและทิศทาง (Heading) กลับมาคำนวณเพื่อปรับปรุงการเคลื่อนที่ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในระบบ Close-loop Control

4. วิเคราะห์การนำเสนอผ่านวิดีโอ (VDO Presentation Analysis)

  • ทักษะการสื่อสาร: นำเสนอขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบ เริ่มจากทฤษฎี Kinematics ไปจนถึงการจัดวางบล็อกไดอะแกรมใน Simulink
  • สื่อประกอบ: สไลด์นำเสนอมีการสรุปสูตรคำนวณที่ชัดเจน แต่เนื่องจากเป็นการนำเสนอผ่าน Google Drive แทน YouTube อาจทำให้การเข้าถึงเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงกว้าง (Community Sharing) ทำได้ยากกว่ากลุ่มอื่นเล็กน้อย
  • การวิเคราะห์ผล: มีการอธิบายกราฟผลลัพธ์การจำลองได้ดี แสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ตามเส้นทางโค้งได้โดยไม่หลุดขอบเขตที่ตั้งไว้

7 PID control system design and automatic tuning using matlab simulink

นายศรัณยภัทร สันตะวงค์
https://youtu.be/IchehChqeN8
https://drive.google.com/open?id=1112hGalLD6KaBEZiAH4q-6OImLPn66bg

หัวข้อโครงงาน: PID control system design and automatic tuning

ลำดับการนำเสนอ (Structure): มีการวางโครงสร้างปัญหาที่เฉียบคม เริ่มจากการระบุ “Pain Point” อย่างชัดเจน (ระบบขาดเสถียรภาพ, เกิดการแกว่ง/Oscillation, ระบบเป็นแบบ Open-loop ควบคุมยาก) จากนั้นจึงนำเสนอทางแก้ (Solution) ผ่าน Feedback Control และตั้งเป้าหมายเชิงตัวเลข (Rise Time < 2 วินาที, ไม่มี Overshoot, Steady-State Error เข้าใกล้ 0)

การวิเคราะห์ผลและการใช้สื่อ: สไลด์มีความเป็นวิชาการและจัดทำได้สวยงามมาก จุดที่น่าชื่นชมคือการเทียบเคียงภาพอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์จริง (เซนเซอร์ Rotary Encoder, บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์, มอเตอร์) เข้ากับ Transfer Function ทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติ มีการบันทึกหน้าจอ (Screencast) การจำลอง Simulink และเปิด Scope ให้เห็นกราฟ Step Response ก่อนและหลังจูน PID ซึ่งตอบโจทย์ตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ได้ทั้งหมด

จุดเด่นที่สุด: ความสามารถในการเชื่อมโยงสมการคณิตศาสตร์เข้ากับกายภาพของอุปกรณ์จริง ทำให้ผู้ชมเข้าใจกระบวนการทำงานได้ทันที

8 Pump Protection System Simulation

ก้องสกุล ถวายเทียน
https://youtu.be/JxQBR6D08dk
https://drive.google.com/open?id=1hxaB_z_0oR_sB066ixurXVpQIfLvW1_H

หัวข้อ: Pump Protection System Simulation
การประเมินและวิเคราะห์เชิงลึก:

แนวคิดทางวิศวกรรม (Engineering Concept): โครงงานนี้เน้นไปที่ระบบความปลอดภัย (Safety & Interlock System) ซึ่งแตกต่างจากระบบควบคุมตำแหน่งทั่วๆ ไป เป้าหมายคือการป้องกันความเสียหายของปั๊มน้ำอุตสาหกรรมจากสภาวะผิดปกติ เช่น น้ำแห้ง (Dry Run), แรงดันเกิน (Overpressure), หรือการเกิดโพรงอากาศ (Cavitation)

การสร้างแบบจำลอง (System Modeling): ระบบนี้ผสมผสานระหว่างสมการทางของไหล (Fluid Dynamics) และวงจรลอจิก (Logic Control) การจำลองผ่าน Simulink/Simscape จะต้องมีบล็อกเซนเซอร์วัดแรงดัน (Pressure Sensor) และเซนเซอร์วัดอัตราการไหล (Flow Meter) เพื่อส่งค่ากลับไปยัง Controller

การทดสอบและการวิเคราะห์ผล (Simulation & Analysis):

ใจความสำคัญของงานนี้คือ State Machine (การเปลี่ยนสถานะการทำงาน) หุ่นจำลองจะต้องรับเงื่อนไขสภาวะวิกฤต (Fault Injection) เช่น จำลองการปิดวาล์วขาออกกะทันหัน ทำให้แรงดันพุ่งสูง

การประเมินจะดูที่ “Response Time” ว่าหลังจากเซนเซอร์ตรวจพบความผิดปกติ ระบบใช้เวลาเสี้ยววินาทีเท่าไรในการสั่งตัดการทำงาน (Trip) ของ Relay หรือ Breaker มอเตอร์ปั๊ม

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม (Critique): ในระบบปั๊มจริง การตัดต่อกะทันหันอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ค้อนน้ำ (Water Hammer) โครงงานนี้จะยกระดับได้อีกหากมีการเพิ่มฟังก์ชัน “Soft Start / Soft Stop” หรือหน่วงเวลา (Time Delay) เพื่อป้องกันการแจ้งเตือนผิดพลาด (False Alarm) จากเซนเซอร์กระเพื่อมชั่วขณะ

9 Simulation of Path Planning and Control of an Autonomous Mobile Robot in a Warehouse Environment

ขวัญชัย สิทิโพธิ์
https://youtu.be/irUW_1q39h8
https://drive.google.com/open?id=1Gviws8Wy88OAOOhpQey8ZSGQHifyVoDA https://drive.google.com/drive/folders/1auayP2agPE5Md7fRpP8XxasrjMzA-NHK?usp=drive_link

หัวข้อโครงงาน: Simulation of Path Planning and Control of an AMR (ความยาว 12:54 นาที)

ลำดับการนำเสนอ (Structure): เริ่มต้นด้วยบริบทปัญหาในคลังสินค้าที่ซับซ้อนและต้องหลบหลีกสิ่งกีดขวาง จากนั้นค่อยๆ แกะโครงสร้างระบบ (Differential Drive, Actuator, LiDAR Sensor, Controller) และเจาะลึกอัลกอริทึมการทำแผนที่

การสื่อสาร (Clarity & Delivery): อธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉานและมั่นใจ สามารถแจกแจงบล็อกไดอะแกรมใน Simulink ทั้ง 8 บล็อกได้อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย (เช่น อธิบายการใช้บล็อก Pure Pursuit ร่วมกับเซนเซอร์ LiDAR ที่สแกน 360 องศา)

การวิเคราะห์ผลและการใช้สื่อ: ใช้หน้าต่างจำลองภาพ 2 มิติ (Visualizer) แสดงให้เห็นหุ่นยนต์วิ่งตามจุด Waypoint สีแดง พร้อมกับมีลำแสง LiDAR กระทบผนังจริง การวิเคราะห์ตอนท้ายมีการตระหนักถึง “ข้อจำกัด” ของการซิมูเลชันด้วย (เช่น ยังไม่ได้รวมเรื่องแรงเสียดทาน) ซึ่งสะท้อนมุมมองของวิศวกรที่มองเห็นความต่างระหว่างโลกจำลองและโลกจริงได้อย่างสมเหตุสมผล

MECHATRONICS – WEEK 2 ASSIGNMENT FORM (Responses)

นายวิชยุตม์ อินแก้ว 6814550971
ธีรเมธ สหัสธาราชัย 6714552378
ฉิน สุริยะสงคราม 6814550857
กษิตินาถ สุระนาถ 6714552335
ภัทยา โค้วถาวร 6814550938
ขวัญชัย สิทิโพธิ์ 6814550849
ธรรมภณ นุ่มสารพัดนึก 6714552394
ก้องสกุล ถวายเทียน 6714552343
จิตติพันธ์ ลาวัณย์วรวงศ์

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1z_5l7AXS_U_ZSYeqeOsO_NSM0DzBJDt4NQLN7GCNqKo/edit?resourcekey=&gid=736531792#gid=736531792

Create Account



Log In Your Account