วางแผนตั้งครรภ์ตั้ง

วางแผนตั้งครรภ์ตั้ง

ทำความรู้จักวันตกไข่ หรือ วันไข่ตก

ข้อมูลสำคัญที่สุดที่ฝ่ายหญิงต้องรู้หากคุณวางแผนที่จะมีลูก คือ การเข้าใจรอบเดือนของตัวเอง ว่าเวลาใดที่คุณจะมีการตกไข่ เนื่องจากการนับวันตกไข่เป็นหนึ่งในวิธีที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนช่วงตกไข่ประมาณ 1-2 วัน จะทำให้อสุจิเข้าไปรอที่รังไข่เพื่อรอให้ไข่ตกลงมา และทำการปฏิสนธิจนเกิดการตั้งครรภ์ในที่สุด ทั้งนี้วันไข่ตกอาจแตกต่างกันไปในผู้หญิงแต่ละคน โดยปกติแล้วไข่จะตกในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนรอบใหม่จะมา ถ้าผู้หญิงมีรอบเดือนมาสม่ำเสมอและมีรอบเดือนมาทุกๆ 28 วันเสมอ วันไข่ตกก็อยู่ในช่วงวันที่ 14 ของรอบเดือน

วิธีคำนวณวันไข่ตก อับดับแรก จะต้องทำการจดบันทึกวันที่ประจำเดือนมาไว้ทุกเดือนเป็นระยะเวลา 8-12 เดือน แล้วนำมาทำการคำนวณหา ดังนี้

หาความยาวรอบเดือน ให้นับย้อนไป วันแรกที่มีประจำเดือน เดือนล่าสุด ถึง วันแรกที่มีประจำเดือน เดือนที่แล้ว เช่น เดือนล่าสุด คือ วันที่ 8 มี.ค. เดือนที่แล้ว 6 เม.ย. เมื่อนับแล้วมีความยาวรอบเดือน 30 วัน
หาวันตกไข่ โดยนำเอา ความยาวรอบเดือน – ระยะที่ไข่ตก เช่น 30 วัน – 14 วัน = วันไข่ตก คือ วันที่ 16 ของความยาวรอบเดือน จากนั้น นำวันแรกของการมีประจำเดือน เดือนล่าสุด คือ วันที่ 8 มี.ค. แล้วนับไป 16 วัน ก็จะได้วันไข่ตก คือ 23 มี.ค. เมื่อทราบวันไข่ตกแล้ว สามารถเริ่มมีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนวันตกไข่ และหลังวันตกไข่ได้ประมาณ 2 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ไข่และอสุจิได้มาเจอกันมากที่สุด

https://www.youtube.com/c/DrNoonChannel/videos
ทดสอบการตกไข่ ด้วยแผ่น LH test | DrNoon Channel บางคนไม่มีไข่ตกบางรอบเดือน / เชื้ออสุจิ มีชีวิต 2-3 วัน แต่ถ้าแข็งแรงมาก ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนไข่ตก จะดีกว่า เพราะว่าถ้าไข่ตกแล้วมีเพศสัมพันธ์มันอาจจะไม่ทันกัน แต่ถ้าอสุจิไปรอไว้เรื่อยๆ จะดีกว่า น้ำเชื้อจะดีสุดเมื่อวันเว้นวัน แตุ่ถ้าเว้นไป 5-7 วัน เชื้อจะอ่อนแอ

แผ่นตกไข่ ที่วัดไข่ตกหลังวันไข่ตกยังขึ้นสองขีด แปลว่าอะไร | ที่เทสไข่ตกวัดเวลาไหน

อยากท้องต้องรู้อะไรบ้าง? : สำหรับผู้ที่ไม่เคยตั้งครรภ์ | อยากท้องต้องรู้ ตอนที่ 1 | DrNoon Channel

มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ 12 เดือน แล้วไม่ท้อง
หรืออายุมากกว่า 35 ปี มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ 6 เดือน

อายุมากขึ้น ไข่อาจจะไม่ตก รอบเดือนมาสม่ำเสมอมักมีไข่ตก รอบเดือนไม่สม่ำเสมอมักไม่มีไข่ตก

ประจำเดือนไม่ใช่ตกไข่ ตกไข่ถ้าเด็กๆจะตกไข่ได้มากหลายลูก

ถ้ากินยาคุมมานานแล้ว (มากกว่า 2ปี) รังไข่ไม่สามารถกลับมาใหม่ได้ทันที

ปัจจัยฝั่งชายง่ายมากๆ ในสถิติ 50% ผิดปกติ ชาย / 50% หญิง /

ทิปช่วยให้ตั้งครรภ์ สำหรับญที่พยามมานานแล้ว หรือญอายุมาก ทำเดือนเดียวเห็นผล ค่าใช้จ่ายก้อไม่แพงค่ะ

อแชร์ประสบการณ์การพยายามมีลูกค่ะ

ท่านใดเคยใช้เจลช่วยตั้งครรภ์ Preseed
เห้ยยคห.นี้เหมือนเราค่ะ หลังจากเราทำiuiใดๆมาปีกว่าไม่สำเร็จ ปล่อยวางช่างมันไใ่เอาล่ะ เดือนถัดมาไปเที่ยวสนุกสุดๆท้องเองเฉยเลยตอนกลับมาแล้วตรวจค่ะ เห็นด้วยมากๆไม่เครียดนี่สำคัญค่ะ

เราเริ่มปลอยกันตั้งแต่เดือนสองเดือนก่อนงานแต่งด้วยซ้ำ ประจำเดือนมาตรงทุกเดือน ตรวจเจอไข่ตกทุกเดือน
จนเข้าเดือนที่ 6-7 เริ่มไปลงกะสามีละว่า ไปตรวจน้ำเชื้อไม๊ สามีเริ่มบ่น เซกส์ไม่สนุกเลย พอถึงวันไข่ตกทำเหมือนต้องทำ
เดือนสุดท้ายนี่คือเราบอกทุกคน คุยกันกับแฟนว่าหมดชุดไข่ตกจะหยุดก่อนนะ เคิ่มคุยกันเรื่องทริปเที่ยว กะจะนั่งรถไฟข้ามเมืองกันเลยทีเดียว
สมมุติตรวจเจอไข่ตกวันนี้ อีก 2 วันสามีต้องไปทำงานเมืองอีกต่างหาก กะไม่ติดก็ช่าง จะไปเที่ยวละ แล้วไม่ได้บอกสามีด้วยว่าไข่ตก มาบอกตอนเสร็จกิจแช้ว
……ที่ไหนได้ ตอนตรวจ นี่วางไว้ไม่ได้สนใจเล่นมือถือ กะว่าหันมาคงขีดเดียวตามเคย พอเห็นสองขีดนี่ร้อง เห้ย เลยค่ะ เพราะไม่ได้คาดไว้

IUI หรือ Intrauterine insemination คือ การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก วิธีนี้เป็นวิธีที่มีความใกล้เคียงกับวิธีธรรมชาติมากที่สุด เพราะ IUI คือนำอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่ เรียกได้ว่า เป็นการสร้างโอกาสให้อสุจิได้ผสมกับไข่ได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์

IUI เหมาะกับใคร?

  • คู่สมรสที่ลองปล่อยวิธีธรรมชาติอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี ยังไม่ตั้งครรภ์
  • ฝ่ายชายมีปัญหาเกี่ยวกับเชื้ออสุจิ มีจำนวนอสุจิน้อย อสุจิเคลื่อนที่ได้ไม่ดีในระดับที่รุนแรง
  • ฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
  • คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรโดยไม่รอเวลาและไม่มีปัญหามีบุตรยาก

การเตรียมตัวสำหรับการทำ IUI

1. ฝ่ายหญิงควรดูแลสุขภาพโดยการพักผ่อนเพียงพอ ร่วมกับทานอาหารครบ 5 หมู่ และทานยาบำรุงเลือด (Folic Acid) อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

2. ฝ่ายชายควรงดและหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนการทำ IUI โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีปัญหาอสุจิ

3. ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงควรทำภาวะจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดและลดความกังวล โดยรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอน โดกาสความสำเร็จ และข้อจำกัดของการรักษาเพื่อให้ทราบถึงประเด็นความเสี่ยง และลดความคาดหวังขณะทำการรักษา

ขั้นตอนหลักสำคัญของการทำ IUI

ขั้นตอนที่ 1 กระตุ้นไข่ด้วยยาปริมาณน้อย เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างจำนวนไข่มากกว่า 1 ฟอง และต้องไม่มากเกินไป เพื่อลดโอกาสเสี่ยงครรภ์แฝด

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจวัดขนาดของถุงไข่ด้วยการอัลตร้าซาวด์ เพื่อความแม่นยำว่าในรอบที่ทำจะมีโอกาสเกิดไข่โตเต็มวัยกี่ฟอง

ขั้นตอนที่ 3 ฉีดยากำหนดให้ไข่ตก

ขั้นตอนที่ 4 เตรียมเชื้ออสุจิวันที่หมอนัดฉีดเชื้อ โดยเป็นการปั่นเตรียมในห้องปฏิบัติการเฉพาะ เพื่อคัดเชื้อที่มีความแข็งแรงดีพอในการเตรียมขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 5 ฉีดเชื้อที่เตรียมเข้าไปในโพรงมดลูก โดยใช้สายขนาดเล็กที่มีความยาวสอดผ่านเข้าในโพรงมดลูก โดยเทคนิคของแพทย์เฉพาะทางเพื่อลดการสัมผัสกรด – ด่าง หรือเชื้อต่าง ๆ บริเวณปากมดลูกที่จะทำร้ายอสุจิ (กรณีผู้รับการฉีดมีผนังมดลูกบาง แพทย์จะพิจารณาให้ยาช่วยร่วมด้วย)

ขั้นตอนที่ 6 หลังการทำ IUI ประมาณ 2 สัปดาห์จะสามารถรู้ผลลัพธ์ และแพทย์จะทำการนัดตรวจเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง

        ซึ่งโดยปกติแล้ว อัตราการประสบความสำเร็จของผู้ที่ทำ IUI จะมากกว่าการปฏิสนธิแบบธรรมชาติประมาณ 2 เท่า แต่แม้ว่าอัตราการประสบความสำเร็จจะสูงเพียงใด ทั้งหมดแล้วก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพ อายุของคู่สมรส รวมถึงการเอาใจใส่ตนเองของว่าที่คุณพ่อคุณแม่ ดังนั้น ควรพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาร่างกาย ให้ของขวัญชิ้นสำคัญที่สุดอย่างเจ้าตัวน้อยได้เติบโตอย่างสมบูรณ์

IUI คืออะไร?

การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก IUI (Intrauterine Insemination) คือ การปฏิสนธิแบบธรรมชาติ ไม่ใช่การปฏิสนธิภายนอก หรือ การทำเด็กหลอดแก้ว แบบ IVF/ICSI การทำ IUI เป็นเพียงการย่นระยะทางให้อสุจิเจอกับไข่เร็วขึ้น โดยการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูกเลย แล้วเจ้าอสุจิก็ต้องออกแรงหลังจากนั้นในการเข้าเจาะไข่ แล้วปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อน ฝังตัวในโพรงมดลูกและตั้งครรภ์ต่อไป หากมีความเข้มข้นของอสุจิต่ำ อัตราการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติก็จะมีแนวโน้มที่จะลดลงด้วย ซึ่งการทำ IUI มีอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 5-15% ต่อรอบการรักษา

ข้อดีของ IUI คือ เป็นการเลียนแบบการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ ไม่เจ็บตัว สามารถทำได้ทุกรอบเดือนและมีราคาไม่แพงนัก จึงมักเป็นวิธีแรกๆ ที่แพทย์แนะนำให้ผู้มีบุตรยากใช้ หากไม่มีข้อบ่งห้าม

สาเหตุที่การทำ IUI ไม่สำเร็จ

โอกาสความสำเร็จในการทำ IUI นั้น จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลักที่สำคัญทั้งจากฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ได้แก่

  • ฝ่ายชายต้องมีเชื้ออสุจิปกติ เช่น ต้องมีปริมาณตัวอสุจิมากพอ ว่ายดี และรูปร่างปกติ หรือเชื้ออสุจิผิดปกติเพียงเล็กน้อย/li>
  • ฝ่ายหญิงต้องมีท่อนำไข่ปกติ อย่างน้อย 1 ข้าง หากมีท่อนำไข่ข้างเดียวโอกาสสำเร็จจะช้ากว่า เพราะบางรอบเดือนไข่อาจตกในข้างที่ท่อนำไข่ตัน ทำให้ไข่ไม่สามารถตกเข้าท่อนำไข่และปฏิสนธิได้
  • ฝ่ายหญิงอายุต้องไม่มากจนเกินไป เช่น มากกว่า 40 ปี
  • ฝ่ายหญิงต้องไม่มีปัญหาปากมดลูกผิดปกติรุนแรง เช่น ปากมดลุกตีบหรือเคยผ่าตัดปากมดลูกมาก่อน เพราะจะฉีดเชื้ออสุจิไม่เข้า ฉีดได้ยาก เจ็บมากขณะฉีด ทำให้โอกาสสำเร็จน้อยลง
  • ฝ่ายหญิงต้องไม่มีพยาธิสภาพในมดลูกที่ขัดขวางการฉีดเชื้อและการปฏิสนธิ เช่น เนื้องอกมดลูกขนาดใหญ่ หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกอย่างมาก
  • ฝ่ายหญิงต้องมีโพรงมดลูกและความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกปกติเพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวได้

สาเหตุที่การทำ IUI ไม่สำเร็จอาจเกิดจากปัจจัยหลักดังกล่าวนี้ไม่พร้อม และปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมดลูกและอวัยวะสืบพันธุ์ฝ่ายหญิง มีอุปสรรคขัดขวางขบวนการการตกไข่ เช่น มีพังผืดขวางทางระหว่างไข่กับทางเข้าของท่อนำไข่ หรือท่อนำไข่ตัน หรือโครงสร้างทางกายวิภาคของท่อนำไข่กับรังไข่นั้นไม่เหมาะสม ทำให้ไข่ไม่สามารถตกเข้าท่อนำไข่ได้

ทำ IUI ฉีดเชื้อแล้วไม่ติดกี่ครั้ง? ถึงควรเปลี่ยนวิธี

การทำ IUI ติดต่อกันหลายรอบสามารถช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จ มักจะสำเร็จใน 3-4 ครั้ง แต่โดยทั่วไปสามารถทำต่อเนื่องได้ แต่ไม่ควรเกิน 6 ครั้งของการรักษา เนื่องจากอัตราความสำเร็จหรืออัตราการตั้งครรภ์สะสมหลังการทำ IUI 4-6 ครั้ง จะเริ่มคงที่ไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยแพทย์อาจแนะนำให้ทำ 4-6 ครั้ง ถ้ายังไม่สำเร็จอีกให้พิจารณาการรักษาเป็นแบบ IVF/ICSI แทน

ทั้งนี้หากทำ IUI 2-3 ครั้งแล้วยังไม่สำเร็จ แพทย์อาจพิจารณาให้ประเมินหาสาเหตุซ้ำ เช่น ตรวจฉีดสีดูท่อนำไข่ หรือส่องกล้องในโพรงมดลูก เพื่อดูว่าสาเหตุที่ทำให้การทำ IUI ไม่สำเร็จเป็นเพราะเหตุใด มีอุปสรรคใดหรือไม่ และสามารถแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามในกรณีที่อายุมากกว่า 35 ปี ไม่แนะนำให้ฉีดเชื้อเกิน 4 ครั้ง เนื่องจากผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปีนั้นมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยลงตามธรรมชาติจากการผลิตไข่ที่มีความสมบูรณ์ลดลง หากฉีดเชื้อ 3-4 ครั้งแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมและให้ผลดีกว่า เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)

การทำ IUI จะมีโอกาสสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยมดลูก รังไข่ ไข่ และอสุจิที่ปกติเพียงหรือผิดปกติเพียงเล็กน้อย และจำเป็นต้องมีท่อนำไข่ที่ใช้การได้ การบำรุงเตรียมตัวล่วงหน้า บำรุงไข่ บำรุงสเปิร์มไปก่อนกระตุ้นไข่และเก็บเชื้อ ร่วมกับการเตรียมผนังมดลูกให้แข็งแรง รวมทั้งได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นได้

ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์

การมีเพศสัมพันธ์แนะนำควรมีวันเว้นวันหรือ 2 วันครั้ง ไม่ควรจะหักโหมมีทุกวัน แม้ว่าการมีทุกวันจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้จริง แต่ความเหนื่อยอาจเพิ่มความเครียดและทำให้ปริมาณของอสุจิลดน้อยลง ไม่แข็งแรงได้ รวมทั้งท่าการมีเพศสัมพันธ์ก็มีส่วนช่วยได้อีกทางหนึ่ง โดยท่ามิชชันนารี หรือท่าที่ผู้หญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง ส่วนฝ่ายชายอยู่ด้านบน เป็นท่าที่สามารถมีลูกได้ง่ายที่สุด นอกจากนี้ หลังจากมีเพศสัมพันธ์แนะนำให้ฝ่ายหญิงนอนหงาย โดยเอาหมอนหนุนสะโพกให้ยกสูงขึ้นแล้วค้างเอาไว้อย่างน้อยประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยให้อสุจิวิ่งไปผสมกับไข่ได้ดียิ่งขึ้น (ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอเกิน 6 เดือน ถือว่ามีบุตรยาก)

ใช้เจลหล่อลื่น ลดโอกาสตั้งครรภ์จริงหรือไม่
ไม่มีค่ะ จากปสก. (หุหุ)
เจลหล่อลื่นทั่วๆไปจะทำให้อสุจิว่ายเคลื่อนไหวได้ยากค่ะ บางชนิดมีสารฆ่าอสุจิด้วย
ต้องใช้ Pre-Seed หรือไม่ก็ Conceive Plus ค่ะ เค้าทำมาเพื่อไว้สำหรับผู้ที่ต้องการมีลูกค่ะ

เจล pre-seed

Sasmar Conceive Plus เจลหล่อลื่นสำหรับผู้ต้องการมีบุตร ขนาด 75 มล.exp2023

ถ้าอยากท้อง ใช้เจลหล่อลื่น จะมีผลต่ออสุจิไหมคะ

ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน

หากมีการวางแผนตั้งครรภ์แล้ว การบำรุงร่างกายรับประทานอาหารอาหารให้ครบ 5 หมู่และสารอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยให้ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมีสุขภาพร่างกายและระบบสืบพันธุ์ที่แข็งแรง พร้อมที่จะมีลูก โดยอาหารหลายชนิดมีบทบาทสำคัญ เช่น

ผักใบเขียวมีโฟเลตและวิตามินบีสูง ช่วยเร่งการตกไข่ของฝ่ายหญิง และทำให้อสุจิของฝ่ายชายแข็งแรงขึ้น
รับประทานถั่ว ธัญพืช มากขึ้น เพราะอุดมด้วยโปรตีน และธาตุเหล็ก มีส่วนช่วยให้ฝ่ายหญิงมีมดลูกแข็งแรงและผลิตไข่ที่มีคุณภาพ
รับประทานปลามีโปรตีน วิตามินดี และไขมันต่ำ เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน เป็นต้น รวมทั้งเพิ่มโปรตีนจากพืชมากกว่าจากเนื้อสัตว์ เช่น เมล็ดถั่ว ถั่วเหลือง หรือ เต้าหู้

ควรรับประทานอาหารที่มี สังกะสี แมงกานีส และเบต้าแคโรทีน เช่น แครอทที่จะช่วยเพิ่มปริมาณอสุจิและระดับฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรน ส่วนแอปริคอตมีสารเบต้าแคโรทีนและแมงกานีสสูง ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดถูกใช้ในการสร้างฮอร์โมน
อาหารที่มีวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนต่อการสร้างสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกทางเพศ
รับประทานอาหารที่มีโฟเลต หรือ กรดโฟลิก เช่น ผักใบสีเขียวเข้ม แครอท อาโวคาโด ธัญพืชที่ขัดสีน้อย ขนมปังไม่ขัดสี ผักโขม ถั่ว ฟักทอง มะเขือเทศ ตับ ไข่แดง เป็นต้น

ลดความเครียด

ความเครียดจะส่งผลรบกวนการทำงานของฮอร์โมนในระบบสืบพันธุ์ ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดภาวะไม่ตกไข่ ทำให้ไข่เจริญเติบโตได้ไม่สมบูรณ์ในฝ่ายหญิง ส่วนในฝ่ายชาย ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรน และอสุจิลดต่ำลง

งดคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และบุหรี่

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะส่งผลให้มีลูกยากมากขึ้น สำหรับแอลกอฮอล์ และบุหรี่ จะทำให้ปริมาณของอสุจิลดลง ไม่มีคุณภาพ ไม่แข็งแรง ฮอร์โมนผิดปกติ และลดการตกไข่ของฝ่ายหญิง

การที่ร่างกายได้รับคาเฟอีนประมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวันหรือเทียบเท่ากับกาแฟชงเอง 3 ถ้วย เพราะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีลูกได้ยากขึ้น เนื่องจากคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟจะส่งผลให้การตั้งครรภ์นั้นชะลอลง ซึ่งส่งผลให้โอกาสการมีลูกลดน้อยลงถึง 26% เลยทีเดียว

และในผู้หญิงที่ดื่มกาแฟทุกวัน ทำให้ลดโอกาสการตั้งครรภ์ถึง 25 % และหากดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวันยังเสี่ยงต่อภาวะแท้งบุตรมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟอีกด้วย

ผู้ชายที่ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำ (หรือประมาณ 265 มิลลิกรัมต่อวัน) มีเสี่ยงภาวะเสี่ยงต่อการมีบุตรยาก เนื่องจากคาเฟอีนทำให้หลั่งอสุจิได้น้อยลง (คาเฟอีนไม่ควรเกิน 88 มิลลิกรัมต่อวัน) 

https://www.bangkokhospitalkhonkaen.com/mother-and-child/article/1574749086#:~:text=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87,%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%2010%2D15%20%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5

คำแนะนำเหล่านี้ อาจช่วยให้คู่รักมีโอกาสตั้งครรภ์มีลูกเพิ่มมากขึ้น แต่หากพยายามตั้งครรภ์เป็นเวลานานแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตร เพราะการปรึกษา จะช่วยให้ได้รับข้อมูลและคำตอบเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง พร้อมตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติ และทำการรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อให้การตั้งครรภ์ประสบผลสำเร็จ

อยากท้องต้องเลิก 8 พฤติกรรม ยิ่งทำ ยิ่งมีบุตรยาก!

2.การทานของหวาน น้ำตาลมากเกินไป เพราะในน้ำตาลมีอนุมูลอิสระที่จะไปทำลายเซลล์ ทำให้แก่ ทำให้เซลล์ไข่เสื่อม และด้อยคุณภาพ ที่สำคัญหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ที่เป็นความเสี่ยงต่อการเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS หากเกิดภาวะดื้ออินซูลินที่ทำให้ไข่ไม่ตกเรื้อรัง ไข่ใบเล็ก ด้อยคุณภาพ

       5. ไม่ออกกำลังกาย มีภาวะอ้วนหรือ ผอมเกินไป ซึ่งมีงานวิจัยระบุว่าผู้หญิงที่มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน (BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 25) ส่งผลให้ไข่ไม่ตก ประจำเดือนมาไม่ปกติ เซลล์ไข่ด้อยคุณภาพ ฮอร์โมนไม่สมดุล หากใช้กระบวนการทางการแพทย์รักษาจะมีอัตราความสำเร็จต่ำกว่ากลุ่มที่น้ำหนักปกติ ยิ่งถ้าค่า BMI อยู่ในระดับ 30 ส่งผลต่อการแท้งบุตรมากขึ้นอีกด้วย 

        “ผู้หญิงที่อยากท้อง แต่ไม่ท้องสักที และมีพฤติกรรมที่เข้าข่าย 8 พฤติกรรม ยิ่งทำ ยิ่งมีบุตรยาก ดังนั้นควรต้องปรับพฤติกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์และเพิ่มโอกาสที่จะมีครรภ์ที่สมบูรณ์ เลือกทานอาหารที่หลากหลายได้สารอาหารครบ 5 หมู่ งดหรือลดการทานของหวาน งดหรือลดการทานชากาแฟ งดดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหมจนเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเคลียด และที่สำคัญควรเสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำหรับเตรียมตั้งครรภ์ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.babyandmom.co.th/product/ovaall/ หรือปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์สำหรับผู้บุตรยาก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการทางแพทย์ได้ที่ไลน์แอด @babyandmom.co.th “ครูก้อย”-นัชชา ลอยชูศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย.

         ครูก้อย-นัชชา บอกด้วยว่า สำหรับวิตามินที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ ได้แก่ โฟลิก (Folic)  ป้องกันทารกพิการแต่กำเนิด , มัลติวิตามินและแร่ธาตุรวม  เพื่อสร้างความสมบูรณ์ของเซลล์ไข่ บำรุงเลือด ปรับสมดุลฮอร์โมน,โคเอ็นไซม์ คิวเท็น  เพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ไข่ เพิ่มคุณภาพของตัวอ่อน และ ฟิชออยล์ เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ ปรับประจำเดือน บำรุงรังไข่ ปรับการตกไข่ให้เป็นปกติ 

  1. โปรตีน
    โปรตีนคือส่วนประกอบสำคัญมากของเซลล์ ทั้งสร้างและซ่อมแซมร่างกายของคุณและลูก อาหารที่ให้โปรตีนมาก ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด อาหารทะเล เต้าหู้ ถั่ว ไข่ เป็นต้น แต่โปรตีนจากเนื้อสัตว์นั้นจะได้ไขมันพ่วงมาด้วย ควรรับประทานในลักษณะที่ไม่ติดมัน และไข่ไก่ควรเลือกไข่ไก่ที่สด หากคุณเป็นคนที่ดื่มนมอยู่แล้ว ควรดื่มนมเพิ่มขึ้นจากปกติ แต่หากดื่มนมไม่ได้ ควรรับประทานอาหารชนิดอื่นที่ให้โปรตีนแทน

อ่านเพิ่มเติม แม่ท้องไม่ชอบกินนม ไม่ผิด มีวิธีไม่ขาดแคลเซียมนะ

  1. ธาตุเหล็ก
    ธาตุเหล็กคือส่วนประกอบสำคัญของเลือด ดังนั้น ถ้าจะเตรียมพร้อมให้กับลูกที่กำลังจะมาอาศัยอยู่ในร่างกายคุณ คุณต้องทานอาหารที่ให้ธาตุเหล็กสูงเตรียมพร้อมไว้ ได้แก่ ธัญพืช ผักใบเขียว ผลไม้แห้ง หากขาดธาตุเหล็กจะทำให้เด็กขาดเลือด เป็นเลือดจาง
  1. แคลเซียม
    แคลเซียมคือส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย นอกจากนมแล้ว อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ กุ้งแห้ง ถั่วแดง ผักใบเขียว และปลาที่กินได้ทั้งตัว
  2. วิตามินและเกลือแร่
    วิตามิน และเกลือแร่ เป็นตัวช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารต่างๆ ไปใช้ได้มากขึ้น ป้องกันการติดเชื้อ และเพิ่มการดูดซึมของสารอาหาร ผู้หญิงส่วนมากรับประทานกรดโฟลิกเสริม ทั้งจากเป็นเม็ดวิตามินหรือจากผัก ผลไม้ ก็ได้เหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม กิน ‘กรดโฟลิก’ ก่อนท้อง ดีจริงไหม?, “โฟลิก” แร่ธาตุสำคัญก่อนตั้งครรภ์และ 2 เดือนแรก

  1. วิตามินซี
    วิตามินซีจะทำให้การดูดซึมธาตุเหล็ดดีขึ้น ทำให้รกแข็งแรง นอกจากผลไม้สดแล้ว ยังพบใน มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ
  2. ดื่มน้ำ
    อย่าโฟกัสเฉพาะเรื่องสารอาหาร น้ำสะอาดก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ ลดท้องผูก และเพิ่มการดูดซึมของสารอาหาร

SHARE

SHARE
ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  1. ชา กาแฟ
    เพราะคาเฟอีน ก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบการย่อย และการดูดซึมอาหาร
  2. น้ำตาล
    จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและสะสมในเลือดกลายเป็นภาวะเบาหวานได้ ควรทานเป็นพวกแป้งและขนมปัง เพื่อที่ร่างกายจะได้นำไปใช้เป็นไกลโคเจนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

Create Account



Log In Your Account